หางานใหม่ สมัครงาน ฝากประวัติ

สัมภาษณ์งาน – ควรจะถามอะไรดี




สัมภาษณ์งาน – ควรจะถามอะไร

 

คุณ “ป้ายแดง” เขียนอีเมล์มาถามผมเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งาน เธอบอกว่าตั้งแต่ทำงานมา (ซึ่งก็ผ่านมาหลายฝนแล้ว) ถูกสัมภาษณ์งานมาก็หลายครั้ง แต่ทั้งชีวิตการทำงานนี้ ยังไม่เคยทำหน้าที่สัมภาษณ์คนอื่นเลย และนี่เป็นครั้งแรกที่ต้องทำ ซึ่งเธอรู้สึกประหม่ามาก ไม่รู้ว่าจะต้องถามอะไรบ้าง แต่แน่ ๆ ที่คุณ “ป้ายแดง” รู้ คือเธอต้องการคนที่เหมาะสมกับงาน และอยู่กับองค์กรได้นาน ๆ
ปกติการคัดเลือกนั้น จะเริ่มต้นจากการคัดคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานจากใบสมัครก่อน ซึ่งผมคาดว่าตรงนี้คงจะไม่ยากเท่าไรนักสำหรับคุณ “ป้ายแดง” และเมื่อคัดคนได้ในระดับหนึ่งแล้ว จึงนัดคนที่คัดเลือกไว้มาสัมภาษณ์ ซึ่งวิธีการสัมภาษณ์งาน ผมสามารถแนะนำได้อย่างคร่าว ๆ โดยผู้ที่จะนำแนวทางไปใช้ควรจะต้องปรับแต่งให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ที่คุณกำลังจะรับ

สิ่งที่คุณควรถามในการสัมภาษณ์ ประกอบไปด้วยคำถามที่พยายามหาคำตอบ 3 อย่าง คือ
1 เขาหรือเธอคนนั้น มีความสามารถในการทำงานที่จะได้รับมอบหมายหรือไม่
2 เขาหรือเธอคนนั้น สามารถรับมือและทำงานภายใต้ความกดดันได้หรือไม่
3 เขาหรือเธอคนนั้น สามารถเข้ากับคนภายในทีมงานได้หรือไม่

ความสามารถในการทำงาน
ถ้าพูดถึงความสามารถในการทำงานแล้ว คุณอาจจะหาคำตอบบางส่วนได้จากประวัติการทำงานของเขา แต่เพื่อให้แน่ใจว่าเขาสามารถทำงานนั้น ๆ ได้จริง คุณอาจจะต้องถามคำถามเช่น “ผมเห็นในประวัติการทำงานของคุณว่าคุณจัดทำบัญชีเงินเดือนให้กับ 3 บริษัทในเครือ อะไรเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในการนำบัญชีทั้ง 3 นี้มารวมกัน” “ตอนที่คุณเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดให้กับบริษัท กขค อะไรเป็นขั้นตอนที่คุณทำในการวางแผนงบประมาณในแต่ละปี”
สังเกตให้ดีว่า คำถามเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ถามว่าอะไร และอย่างไร ซึ่งผู้ตอบไม่มีสิทธิ์ตอบแค่ว่า ใช่หรือไม่ใช่ ฟังคำตอบเขาให้ดี ดูไหวพริบในการตอบคำถามของเขา ดูว่าคำตอบที่ตอบมาครบถ้วนและตรงประเด็นแค่ไหน หรือว่าเขากำลังตอบคำถามแบบถูไถไปเรื่อย ๆ อยู่!

ความสามารถในการทำงานภายใต้ความกดดัน
คำถามเพื่อให้ผู้เข้าสัมภาษณ์ตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างยาก แต่หัวข้อนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญ เพราะคนเราทุกคนที่มีความสามารถในการทำงานแต่ละอย่างให้ออกมาได้ดีภายใต้สถานการณ์ที่ปกติหรือ
ไม่มีความกดดัน แต่สิ่งที่หลาย ๆ คนโดยเฉพาะหัวหน้าต้องการมากกว่า คือคนที่สามารถทำงานได้ดีถึงแม้จะอยู่ภายใต้ความกดดัน
ในการค้นหาความสามารถด้านนี้ คุณอาจจำเป็นต้องทำตัวเป็น “ผู้ร้าย” ในการสร้างความกดดันให้ผู้ถูกสัมภาษณ์แสดงพฤติกรรมบางอย่างออกมาให้คุณเห็นแทนว่าเขาสามารถรับมือ
กับความกดดันได้มากน้อยเพียงใด ถามคำถามที่สร้างความกดดันในการตอบ เช่น

“จุดอ่อนของคุณคืออะไร”
“อะไรทำให้คุณคิดว่าคุณเหมาะสมกับงานนี้มากกว่าผู้สมัครคนอื่น ๆ”
“ช่วยเล่าถึงสถานการณ์การทำงานที่ผ่านมาของคุณที่คุณคิดว่าสร้างความกดดันให้คุณมากที่สุด

แล้วคุณรับมือกับสถานการณ์นั้นอย่างไร”
เช่นเดียวกันกับหัวข้อแรก ฟังคำตอบเขาให้ดี ดูไหวพริบในการตอบคำถามของเขา ถ้าผู้สัมภาษณ์ตอบว่า เขาไม่เคยทำงานที่มีความกดดันเลย อย่าจ้างเขา นั่นหมายความว่าเขากำลังโกหกหรือไม่ก็ยังไม่ค่อยรับรู้ความเป็นจริงของชีวิตการทำงานเท่าไรนัก หรือถ้าเขาตอบว่า เขาไม่เคยมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานเลย คุณต้องถามเพื่อหาข้อมูลเพิ่ม เพราะมีความเป็นไปได้ที่ว่าเขาอาจจะเป็นนางฟ้าที่แสนดีหรือเป็นแค่บุคคลที่ไม่มีใครอยากเสวนาด้วย
แต่มีอยู่คำถามหนึ่งที่ผมชอบถามผู้ที่มาสัมภาษณ์มากที่สุดคือ “คุณคิดอย่างไรกับเว็บไซต์ขององค์กรเรา” ซึ่งคำตอบจะบอกคุณถึงความใส่ใจของเขาว่า เขาใส่ใจที่จะไปศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรของคุณก่อนหรือไม่ และในทางกลับกันหากเขาไม่เคยเข้าไปในเว็บไซต์มาก่อนเลย นั่นก็จะเป็นการแสดงให้คุณเห็นว่าเขาสามารถรับมือกับความกดดันได้ดีเพียงใด

ความสามารถในการเข้ากับคนภายในทีม
ถ้าผู้ที่คุณสัมภาษณ์ทั้งหมดมีความสามารถที่เท่าเทียมกัน ความสามารถในการเข้ากับผู้อื่นภายในทีมจะกลายเป็นประเด็นตัดสิน เพราะสิ่งที่คุณต้องการคือคนที่สามารถเข้ากับทีมงานได้ดี เป็นคนที่ก่อประโยชน์ให้กับทีมไม่ใช่สร้างความแตกแยกให้กับทีม สิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือคุณต้องการคนที่สามารถเข้ากับคนอื่นภายในทีมได้ดี ไม่ใช่คนที่นิสัยดี!
ยกตัวอย่างเช่น โดยปกติคนในทีมคุณจะทำงานกันแบบเข้างานสายแต่จะทำงานกันจนดึก ดังนั้นทีมคุณอาจจะไม่พร้อมสำหรับคนใหม่ที่ชอบมาทำงานเช้าแล้วกลับบ้านตรงเวลา หรือทีมของคุณอาจจะชอบนั่งทำงานกันเงียบ ๆ แต่คนใหม่ที่เข้ามากลับเป็นคนที่ชอบคุยและพูดเสียงดัง ดังนั้นแทนที่จะได้งานออกมามากขึ้น เพราะมีคนใหม่มาช่วย กลับกลายเป็นว่า คนเก่าแต่ละคนมารวมตัวกันนั่งเมาท์แต่เรื่องของคนใหม่ที่มีพฤติกรรมแปลกไปกว่าคนอื่นในทีม
นี่คือคำถามสามข้อใหญ่ที่คุณ “ป้ายแดง” และท่านผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ แต่อยากฝากข้อคิดไว้สักอย่าง อย่าลืมว่าทุกวันนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้สัมภาษณ์เท่านั้นที่เตรียมตัว ผู้ถูกสัมภาษณ์ก็เตรียมตัวมาเช่นกัน ดังนั้นบางครั้งก็ต้องยอมรับว่าการสัมภาษณ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถ
“อ่าน” คนได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ การใช้แบบประเมินบางอย่าง และการให้ทดลองงาน น่าจะเป็นแนวทางเสริมที่จะทำให้เราได้เห็นพฤติกรรมที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของเขาหรือเธอคนนั้นได้


 

 
ที่มา : www.ftpi.or.th





ไปที่เว็บไซต์ หางาน สมัครงาน JOB Chance
 

 

บริการจัดฝึกอบรมสัมมนาบุคลากรภายในองคฺ์กร In-House Training    
ห้างหุ้นส่วนสามัญ อีซี่โร้ด  เลขที่ 20 ซ.ลาซาล 33 ม.3 ถ.สุขุมวิท 105 แขวงบางนา เขตบางนา กทม. 10260  เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 2-7822-0323-5
**ที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร  เลขที่ 50/414 ซ.ลาซาล 35 ม.3 ถ.สุขุมวิท 105 แขวงบางนา เขตบางนา กทม. 10260
ติดต่อลงโฆษณา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุนทรีย์  Tel: 089-107-0304   Email: soontaree@easyroadtraining.com


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------