หางานใหม่ สมัครงาน ฝากประวัติ

แม่เจ็บลูกยิ่งเจ็บ จีเอ็ม-ฟอร์ด-โตโยต้า "หยุดผลิต-ปลดคน"





วันที่ 24 พฤศจิกายน  หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
แม่เจ็บลูกยิ่งเจ็บ จีเอ็ม-ฟอร์ด-โตโยต้า "หยุดผลิต-ปลดคน"

ผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา กำลังลุกลามไปยังภูมิภาคต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ไม่เพียงผู้ประกอบการรถยนต์ค่ายยักษ์ใหญ่ที่เรียกกันว่า "บิ๊กทรี" จะยังอาการหนักอยู่ในสหรัฐเท่านั้น แต่บรรดาบริษัทลูกหรือกิจการข้ามชาติในทวีปต่างๆ รวมถึงประเทศไทยก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนด้วยเช่นเดียวกัน

เนื่องเพราะในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกยกให้เป็นฐานการผลิตรถปิกอัพอันดับหนึ่งของโลก เพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก จนได้ชื่อว่า "ดีทรอยต์ออฟเอเชีย" แม้ว่าจะไม่ได้ ส่งออกกลับไปยังสหรัฐโดยตรง แต่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ได้ส่งผลต่ออุตสาหกรรมส่งออกรถยนต์ในเมืองไทยเข้าแล้ว

เนื่องจากตลาดหลักการส่งออกรถปิกอัพจากเมืองไทยอยู่ในยุโรป ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง เมื่อมีผลกระทบจากวิกฤตทางการเงิน จึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่ประเทศเหล่านี้จะลดการสั่งซื้อรถยนต์ลง ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ทั้งการลดกำลังการผลิตในประเทศ ปรับลดพนักงาน ไปจนถึงการเร่งหาตลาดใหม่ทดแทนการส่งออก

เป็นการปรับลดคนเพื่อให้สอดรับกับภาวะยากลำบากของ "กลุ่มบิ๊กทรี" ที่กำลังประสบปัญหาใกล้ล้มละลาย และกำลังยื่นขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา แต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

แน่นอนว่าเมื่อบริษัทแม่เจ็บหนักปานนี้ บริษัทลูกในไทยก็ย่อมหนีไม่พ้น

ประเด็นเดียวที่จะทำให้ภาวะวิกฤตเบาบางลงได้ นั้นก็คือ การลดค่าใช้จ่าย และค่าใช้จ่ายหลักของภาคอุตสาหกรรมที่ตัวปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คือ กำลังคน มีรายงานว่ากลุ่มบริษัทจีเอ็มในประเทศไทยประกาศลดกำลังการผลิตโดยมีผลตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป ส่งผลให้บริษัท มีความจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานลงจำนวนหนึ่ง คือ พนักงานระดับ team member จำนวน 156 คน และหัวหน้างานระดับ team leader จำนวน 102 คน เปิดโครงการการสมัครใจลาออก ให้ พนักงานเข้าโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน และเงินช่วยเหลือพิเศษ 2 เดือน

โดยได้รับการยืนยันจากนายชาติชาย สุวรรณเสวก กรรมการอำนวยการบริหาร บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ จำกัด และผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ประจำภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ว่าต้องการปรับจำนวนคนให้เหมาะสมกับกำลังการผลิต นอกจากนี้ทางโรงงานจีเอ็มที่จังหวัดระยอง จะหยุดไลน์ผลิตประมาณ 2 เดือน จะเริ่มในต้นเดือนธันวาคม 2551 จนถึงมกราคม 2552 เพื่อบาลานซ์สต๊อก ส่วนพนักงานในไลน์การผลิตที่หยุดลง 2 เดือนนั้น ให้นอนอยู่บ้านโดยบริษัทจ่ายเงินแค่ 75% ของเงินเดือน หลังเปิดไลน์ผลิตใน ปีหน้าแล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่

สำหรับโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซล แห่งใหม่ มูลค่า 15,000 ล้านบาท และ โครงการพัฒนาระบบวิศวกรรมการผลิต พัฒนารถกระบะ โคโลราโด รุ่นใหม่สำหรับเมืองไทยและตลาดโลก ทุกอย่างยังดำเนินการไปตามแผน

ขณะที่นายชาติชายยังได้ยื่นใบลาออกจากบริษัทเช่นกัน แต่ไม่ได้เกี่ยวกับโครงการสมัครใจลาออก โดยจะมีผลในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ ตอนนี้ได้แต่งตั้งนางสาวศศินันท์ ออลแมนด์ เข้ามาแทน

ไม่เพียงค่ายจีเอ็มเท่านั้นที่ปลดพนักงาน ค่ายฟอร์ด นายสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานฟอร์ด ประเทศไทย ยอมรับว่า บริษัทได้ปรับลดพนักงานไปแล้ว 20% ก่อนที่จะมีวิกฤตเกิดขึ้นในเมืองไทย และถือเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกที่ได้ดำเนินงานในเรื่องนี้

ส่วนค่ายญี่ปุ่นซึ่งตลาดในเมืองไทยยังพอไปได้ แม้จะไม่มีความชัดเจนเรื่องการปลดพนักงาน แต่ตลาดส่งออกที่ประสบปัญหา ก็ทำให้ในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้สั่งปรับลดกำลังการผลิตลง 25% เพื่อเคลียร์ สต๊อกรถยนต์ในปีนี้ พร้อมกับวางแผนปรับลดงบประมาณด้านการตลาดลงในปีหน้าเพื่อให้สอดคล้องกับการทำตลาดและ ยอดขายที่มีแนวโน้มลดลง

โดยเมื่อ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา โฆษกของบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป เปิดเผยว่า บริษัทจะลดกำลังการผลิตรถยนต์นั่งในประเทศไทย 200,000 คันต่อปี พร้อมกันนี้บริษัทจะเสนอโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดสำหรับพนักงานที่ว่าจ้างตามสัญญา 340 คน

ด้านค่ายฮอนด้าประเทศไทย ระบุว่าตลาดออสเตรเลียและญี่ปุ่นลดคำสั่งซื้อลง 10% แต่โชคดีที่ได้ตลาดตุรกี และประเทศในแถบยุโรปตะวันออก เข้ามาช่วยแก้วิกฤต ปัญหาการปลดคนมีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่อีซูซุแม้ว่าในประเทศไทยยังไม่มีรายงานข่าวการปรับลดพนักงาน แต่ขณะนี้บริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศจะลดพนักงาน 1,400 คน และลดกำลังการผลิตภายในญี่ปุ่นลง 10%

โดยนายยงยุทธ เม่นตะเภา ประธานสหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ขณะนี้มี 6 บริษัท ลดโอที วันหยุด และวันธรรมดาไม่มีกำหนด และอีก 5 บริษัทลดชั่วโมงการงานปกติลงอีกด้วย อาทิ อีซูซุลดการผลิตจากปีละ 9.1 หมื่นคัน เหลือ 3.4 หมื่นคัน โตโยต้าลดจาก 2 แสนคัน เหลือ 4.5 หมื่นคัน มิตซูบิชิลดเหลือ 1.4 หมื่นคัน

ผลพวงจากการลดกำลังผลิตได้ลามกระทบไปถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ทำให้ไทยซัมมิต ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ป้อนเกือบทุกบริษัทต้องลดชั่วโมงการทำงานปีนี้เหลือแค่ 262 ชั่วโมงต่อปี จากเดิมที่เคยขึ้นไปสูงถึง 290 ชั่วโมงต่อปี พร้อมทั้งปรับ เป้ารายได้ลง 20% จากเป้ารวม 3.9 หมื่นล้านบาท

นี่เป็นเพียงหนังตัวอย่างระลอกแรก แต่หากค่ายบิ๊กทรีที่กำลังใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะให้รัฐบาลเข้ามาโอบอุ้มด้วยเม็ดเงิน 25,000 ล้านดอลลาร์ ยังถูกปฏิเสธความช่วยเหลือจากรัฐสภาสหรัฐ รวมถึงเศรษฐกิจในญี่ปุ่นที่กำลังถดถอยหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ อนาคตอาจเห็นการปรับตัวครั้งใหญ่ของบริษัทรถยนต์ในประเทศไทย





ไปที่เว็บไซต์ หางาน สมัครงาน JOB Chance
 

 

บริการจัดฝึกอบรมสัมมนาบุคลากรภายในองคฺ์กร In-House Training    
ห้างหุ้นส่วนสามัญ อีซี่โร้ด  เลขที่ 20 ซ.ลาซาล 33 ม.3 ถ.สุขุมวิท 105 แขวงบางนา เขตบางนา กทม. 10260  เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 2-7822-0323-5
**ที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร  เลขที่ 50/414 ซ.ลาซาล 35 ม.3 ถ.สุขุมวิท 105 แขวงบางนา เขตบางนา กทม. 10260
ติดต่อลงโฆษณา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุนทรีย์  Tel: 089-107-0304   Email: soontaree@easyroadtraining.com


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------