หางานใหม่ สมัครงาน ฝากประวัติ

บัญญัติ 7 ประการของความสุข




บัญญัติ 7 ประการของความสุข

 

       คำถามที่น่าจะเป็นคำถามขั้นพื้นฐานที่สุดในบรรดาคำถามทั้งหลายที่ใช้โต้ตอบกันอยู่ในท่ามกลางความขัดแย้งของสังคมที่ร้อนระอุขึ้นมาเรื่อยๆขณะนี้เห็นจะได้แก่คำถามที่ว่า คนไทยทุกวันนี้ต้องการมีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในผืนแผ่นดินไทยหรือไม่? ผมว่าคงจะไม่มีใครตอบว่าไม่ต้องการเพราะสภาพแวดล้อมในสังคมบ้านเราขณะนี้ไม่ได้เอื้อต่อการสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองได้เลยไม่ว่าจะมองในมิติเศรษฐกิจ การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อมทั้งที่มาจากภายนอกและทั้งที่คนในสังคมร่วมกันก่อขึ้นมาเองไม่เว้นแต่ละวัน
       
        วันก่อนผมเดินเข้าไปในร้านเลมอน ฟาร์ม เจอหนังสือเรื่อง "ความสุข"แปลจาหนังสือชื่อ Lessons from a new science เขียนโดย ริชาร์ด เลยาร์ด นักเศรษฐศาสตร์ระดับแนวหน้าของอังกฤษ และต้องขอขอบคุณคุณรักดี โชติจินดา และคุณเจริญเกียรติ ธนสุขถาวร ที่ช่วยกันแปลออกมาเป็นภาษาไทยเผยแพร่ให้หลายๆคนได้อ่าน ผมเองต้องขออนุญาตนำสารบางตอนมาเล่าสู่กันฟัง
       
        เมื่อผมได้มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วก็เกิดแสงสว่างขึ้นมาบ้างว่าถ้าหากเราอยากจะมีชีวิตร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุขเราจะต้องช่วยกันคิดช่วยกันสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมในสังคมให้เอื้อต่อการสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างไรบ้าง
       
        ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดในรายการวิทยุเมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อนท่านชี้ให้เห็นว่าการแก้ปัญหาทุกปัญหาจะต้องแก้จากสาเหตุที่มาของมันตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ในกรณีนี้ก็เช่นกัน ริชาร์ด เลย์ยาร์ด ได้ทำการศึกษาค้นคว้าจนพบที่มาของปัจจัยที่มีผลต่อความสุขของคนเรารวม 7 ประการด้วยกัน ได้แก่ ความสัมพันธ์ในครอบครัว สถานการณ์ทางด้านการเงิน การงาน สังคมและเพื่อนฝูง สุขภาพ อิสรภาพและค่านิยมส่วนบุคคล
       
        1.สถานการณ์ทางด้านการเงิน เราจะเริ่มต้นกันด้วยผลกระทบทางด้านรายได้ของคนเราก่อนถ้าหากรายได้เราลดลงไปความสุขก็ลดลงไปโดยเฉพาะผู้ที่มีฐานะที่ยากจน คนเรายิ่งรวยเท่าใดเงินที่เพิ่มมากขึ้นมีความหมายน้อยลง สำหรับคนจนก่อให้เกิดความสุขมากขึ้น ความไม่เท่าเทียมกันทางด้านรายได้ก็เป็นปัจจัยกำหนดความสุขของคนในสังคมเพราะมนุษย์เกิดความรู้สึกเป็นสุข ไม่เป็นสุข จากการมีพฤติกรรมเปรียบเทียบกับคนอื่น
       
        2.ความสัมพันธ์ในครอบครัว สถานการณ์ในครอบครัวที่แตกต่างกันนั้นมีผลต่อความสุขเป็นอย่างมาก การหย่าขาดจากคู่สมรสทำให้ความสุขของคนลดลงมาก ผลวิจัยชี้ให้เห็นว่าคนเราทั้งผู้ชายและผู้หญิงจะมีความสุขมากขึ้นจากการแต่งงานในช่วงเวลา 2 หรือ 3 ปีก่อนที่จะแต่งงานจะเริ่มมีความสุขมากขึ้นแล้ว(บางคนก็อยู่กินด้วยกันแล้ว) แต่ปีที่มีการแต่งงานจริงนั้นจะเป็นปีที่มีความสุขที่สุด เมื่อปีแรกผ่านไปแล้วความเคยชินก็จะเริ่มคืบคลานเข้ามาแล้วคนนั้นจะมีความสุขน้อยลงเล็กน้อยแต่ก็ยังคงความสุขมากกว่าเมื่อสี่ปีก่อนที่จะแต่งงานอยู่ดี
       
        การหย่าร้างมีแนวทางคล้ายกันนี้เพียงแต่ทุกอย่างจะกลับกันเท่านั้นเองก่อนที่จะหย่านั้นคนจะมีความสุขน้อยลงเรื่อยๆปีของการหย่านั้นจะเป็นปีที่แย่ที่สุด
       
        3.การงาน ครอบครัวของเราอาจจะต้องการเราแต่คนส่วนมากต้องการมากกว่านั้นเราต้องรู้สึกว่าเรามีส่วนร่วมทำประโยชน์อะไรให้สังคมด้วย ดังนั้นการงานจึงไม่ได้เพียงแต่ทำให้เรามีรายได้เท่านั้นแต่ยังช่วยเพิ่มความหมายให้กับชีวิตด้วยด้วยเหตุนี้การว่างงานจึงเป็นสิ่งเลวร้าย การว่างงานไม่ได้ทำให้รายได้สูญเสียไปแต่ยังลดความสุขด้วยทำให้สูญเสียความเคารพตัวเองและความสัมพันธ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการทำงาน คนเราทุกคนล้วนแล้วแต่มีความคิดสร้างสรรค์ในตัวแต่ถ้าไม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่มีก็จะรู้สึกซังกะตายอยู่ก็อยู่แบบตายไปครึ่งตัวแล้วมีผลการค้นพบที่ตรงอย่างน่าตกใจว่า ข้าราชการชาวอังกฤษไม่ว่าระดับใดที่ทำงานแบบซ้ำซากที่สุดจะมีอัตราการเกิดเส้นเลือดอุดตันเร็วที่สุดด้วย
       
        4.สังคมและเพื่อนฝูง คุณภาพของสังคมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เรามีเพื่อนใหม่หรือไม่มีและกำหนดว่าเรารู้สึกปลอดภัยเพียงใด นักวิจัยเรียกคุณภาพของสังคมนี้ว่า "ต้นทุนทางสังคม"ต้นทุนทางสังคมนี้ประเมินได้ไม่ง่ายแต่วิธีการหนึ่งที่ทำได้คือถามผู้คนว่า "โดยรวมแล้วคุณคิดว่าคนเรานี้เชื่อถือได้หรือไม่ "ความเชื่อใจมีผลต่อความสุขด้วย
       
        ประเด็นนี้ใช้อธิบายความไม่สงบสุขของผู้คนในบ้านเราเวลานี้ได้มากเพราะด๔เหมือนจะไม่ใครไว้วางใจใครมากขึ้นทุกวันแล้วตั้งแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆไปจนถึงเรื่องคอขาดบาดตายที่เกี่ยวกับอธิปไตยของชาติ
       
        5.สุขภาพ สุขภาพเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการกำหนดความสุขของคนเราคนเราต้องมีสุขภาพดีและถ้าสุขภาพไม่ดีก็ต้องการการบำบัดที่ดีโดยไม่ต้องห่วงกังวล ผลการวิจัยค้นพบว่าความผิดปกติทางจิตเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้คนไม่พอใจมากที่สุดต่อสุขภาพโดยรวมเห็นได้ชัดกันว่าสุขภาพจิตเป็นส่วนสำคัญของสุขภาพ สุขภาพจิตเป็นปัจจัยหลักของความสุขโดยรวมของเรา
       
        6.เสรีภาพส่วนบุคคล เสรีภาพของบุคคลและสันติภาพเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการกำหนดความสุขของคนในสังคมเรื่องนี้ถูกกำหนดโดยคุณภาพของรัฐบาลว่าปกครองด้วยหลักกฎหมายมีเสถียรภาพและปราศจากการใช้ความรุนแรง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงมีความรับผิดชอบต่อผลงาน การปราศจากการฉ้อราษฎร์บังหลวงฯลฯ หรือไม่เพียงใด ประชาชนที่อยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการย่อมมีความสุข้อยกว่าประชาชนที่อยู่ภายใต้ระบอบการปกครองที่ดี เสรีภาพส่วนบุคคล มีเสรีภาพทางการเมืองและเสรีภาพทางเศรษฐกิจ มีการศึกษาเรื่องหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับประชาธิปไตยในสวิสเซอแลนด์ทุกรัฐมีผลที่น่าสนใจคือทุกรัฐจะมีการลงประชามติแต่ประชาชนในบางรัฐจะมีสิทธิ์เรียกร้องให้มีการลงประชามติมากกว่าบางรัฐเมื่อเปรียบเทียบรัฐที่ประชาชนมีสิทธิ์มากที่สุดและรัฐที่ประชาชนมีสิทธิ์น้อยที่สุดจะพบว่าความสุขต่างกันอย่างกับว่ารายได้ต่างกันเท่าตัวทีเดียว
       
        7.ค่านิยมส่วนบุคคล (ปรัชญาแห่งชีวิต) ท้ายที่สุดและสำคัญที่สุดก็คือความสุขของเราขึ้นอยู่กับตัวตนภายในและปรัชญาชีวิตของเราเองคนเราจะมีความสุขมากกว่าถ้าเราสามารถพึงพอใจในสิ่งที่เขามีอยู่ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอย่างไร

 

 
ที่มา : www.manager.co.th





ไปที่เว็บไซต์ หางาน สมัครงาน JOB Chance
 

 

บริการจัดฝึกอบรมสัมมนาบุคลากรภายในองคฺ์กร In-House Training    
ห้างหุ้นส่วนสามัญ อีซี่โร้ด  เลขที่ 20 ซ.ลาซาล 33 ม.3 ถ.สุขุมวิท 105 แขวงบางนา เขตบางนา กทม. 10260  เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 2-7822-0323-5
**ที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร  เลขที่ 50/414 ซ.ลาซาล 35 ม.3 ถ.สุขุมวิท 105 แขวงบางนา เขตบางนา กทม. 10260
ติดต่อลงโฆษณา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุนทรีย์  Tel: 089-107-0304   Email: soontaree@easyroadtraining.com


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------